25 มกราคม 2552

การดูพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ตอนที่ 14 ( ลักษณะเส้นเกศาหลวงพ่อสงวน )

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง ในตอนก่อนบังเอิญมีเรื่องเกี่ยวกับเส้นเกศาของหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ทำให้มือใหม่หลายๆคน อาจจะสงสัยกันว่า เส้นเกศาหลวงพ่อสงวนที่พบในเนื้อพระ หรือ ลูกอมต่างๆนั้น มีความสำคัญอย่างไร ทำไมสายตรงเขาถึงได้ตื่นเต้นกันนัก เรื่องนี้ก็ไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อนหรอกครับ สืบเนื่องจาก ลูกศิษย์ หรือ ชาวบ้านในแถบวัดไผ่พันมือ ทราบกันดีว่า หลวงพ่อสงวนท่านสั่งไว้ว่า ถ้าพบพระหรือ ลูกอม ที่มีเส้นเกศาของท่านปนอยู่ล่ะก็ ให้เก็บกันไว้ให้ดีๆ ใครมีไว้ครอบครองต่อไปจะร่ำจะรวย ซึ่งผมว่าก็คงไม่ใช่แค่ความร่ำรวยหรอกครับ เพราะพระที่มีออฟชั่นเสริมของหลวงพ่อสงวนท่านแต่ละอย่างนั้น ล้วนม่ธรรมดาเลยซักอย่าง ซึ่งลูกศิษย์ส่วนใหญ่ล้วนเชื่อกันว่า ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงอยากได้เส้นเกศาของท่านไว้บูชากัน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต วันนี้ผมก็จะพาไปรู้จักกับลักษณะเส้นเกศาของหลวงพ่อสงวนท่านว่า มีลักษณะแบบใดบ้าง ซึ่งเส้นเกศานี้สามารถใช้เป็นจุดสังเกตุพระแท้ได้อีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้น ควรจดจำกันไว้ให้ดีนะครับ ไปพบกับพระองค์แรกกันครับ

พระสมเด็จพิมพ์วัดระฆัง หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi


ลองสังเกตุทั่วๆองค์พระดีๆนะครับ จะพบว่า พระองค์นี้ มีเส้นเกศาหลวงพ่อสงวนปรากฏให้เห็นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่า ปิดทองเสกมาด้วย ซึ่งทองก็ได้หลุดลอกไปตามการเวลา หายากครับ สำหรับพระวัดใผ่ที่จะมีปิดทอง เนื้อพระนั้นเป็นพระยุคต้นๆของวัดไผ่พันมือนั่นเอง

Khunpannoi

เส้นเกศาหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือนั้น เท่าที่พบ จะมีสีขาว สีน้ำตาลแดง สีน้ำตาลอ่อน และ สีดำครับ ในพระองค์นี้พบทั้งสีขาวและสีน้ำตาลแดง

Khunpannoi

เส้นเกศาหลวงพ่อสงวน จะมีลักษณะอวบใหญ่ ดูเผินๆจะคล้ายเส้นเอ็นขนาดเล็ก ใช้เป็นจุดสังเกตุได้อย่างหนึ่ง

Khunpannoi

ขยายให้เห็นเนื้อพระส่วนพระอุระ ซึ่งจะสังเกตุว่า ตรงกลางมีเส้นเกศาสีขาวโผล่มาให้เห็นด้วย

Khunpannoi

ลักษณะพระยุคต้นวัดไผ่พันมือ มักจะพบมวลสารพระขุนแผนวัดบ้านกร่าง ปะปนให้เห็นในเนื้อพระ ซึ่งยุคหลังๆมักจะไม่ค่อยเจอ

Khunpannoi

พระสมเด็จสามชั้น หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ
เนื้อมาตรฐานวัดไผ่พันมือ ผสมเส้นเกศา

Khunpannoi

องค์นี้มาพร้อมกับเส้นเกศามากมาย น่าจะเยอะสุดเท่าที่เคยเห็นมาแล้วครับ

Khunpannoi

เดี๋ยวจะหาว่าผมโมเม ดูเนื้อกันซักนิดนะครับ สังเกตุลักษระว่านที่ลูกศรชี้ ซึ่งผมได้เคยกล่าวไปแล้วในตอน เจาะลึกพระเนื้อแดง ว่าว่านลักษณะนี้ปรากฏให้เห็นในเนื้อพระหลวงพ่อสงวนอยู่บ่อยๆ

Khunpannoi

เนื้อพระและผลึกพระขุนแผนวัดบ้านกร่าง บ่งบอกว่าเป็นพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมืออย่างมิต้องสงสัย

Khunpannoi

ขยายให้เห็นลักษณะเส้นเกศาของท่านชัดๆนะครับ สังเกตุลักษณะ และ สีกันให้ดีๆ

Khunpannoi

มุมนี้ถ่ายจากด้านข้างองค์พระ

Khunpannoi

เส้นเกศาหลวงพ่อสงวนนั้น ค่อนข้างสังเกตุง่ายครับ ไม่ว่าองค์ไหนก็จะมีลักษณะแบบเดียวกัน ภาพนี้มาจาก พระสมเด็จหลังจาร เนื้อน้ำตาลครับ ซึ่งพบว่า มีเส้นเกศาของท่านผสมอยู่จำนวนไม่น้อย มีลักษณะ และ สีสันต่างๆเช่นเดียวกับองค์ข้างบน

Khunpannoi

อีกมุมหนึ่ง ย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าเส้นเกศาหลวงพ่อสงวนนั้น เส้นใหญ่มาก ขนาดพอๆกับเส้นเอ็นเส้นเล็กๆเลยครับ

Khunpannoi

เส้นเกศาที่ปรากฏในลูกอม ยุควัดไผ่พันมือครับ

Khunpannoi


จากที่กล่าวมา คงสังเกตุกันได้แล้วนะครับว่า เส้นเกศาของหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือนั้น มีลักษณะเช่นใด ซึ่งอย่างที่ผมย้ำว่า เส้นเกศาท่านนั้น จะมีลักษณะอวบใหญ่ สังเกตุได้ง่าย หากใครพบในพระ หรือ ลูกอม แล้วล่ะก็ เก็บกันไว้ให้ดีๆเหมือนอย่างที่หลวงพ่อท่านบอกไว้ครับ เพราะเป็นของทีท่านตั้งใจให้ ใครยังไม่มีก็รีบๆหานะครับ วันนี้ภาพอาจจะเยอะหน่อย แต่ก็เพื่อให้เห็นกันชัดๆกันไปเลย ไว้กลับมาพบกันใหม่ ในตอนหน้านะครับ วันนี้ราตรีสวัสดิ์ โชคดีวันตรุษจีนทุกๆท่านนะครับ สวัสดีครับ

23 มกราคม 2552

การดูพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ตอนที่ 13 ( พระเนื้ออุลกมณีผสมผงอิทธิเจ )

สวัสดีอีกครั้งครับ ตอนใกล้วันตรุษจีน ก็ขออวยพรล่วงหน้าให้ลูกศิษย์หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือทุกๆท่านที่ติดตามอ่านเวบบล๊อคแห่งนี้ จงรวยๆๆ กันถ้วนหน้าทุกคนนะครับ วันนี้ผิดนัดเล็กน้อย จากที่บอกไว้ว่า ตอนนี้จะไปดูพระเนื้อน้ำตาลยุคทุ่งแฝกกัน เรื่องพระเนื้อน้ำตาลของหลวงพ่อสงวนหลายๆคนคงเคยผ่านตากันไปเยอะแล้ว อยากชมเนื้อแบบแปลกๆมั่ง วันนี้เลยจะพาไปดูพระยุควัดทุ่งแฝกกันอีกเนื้อหนึ่งแล้วกันนะครับ ซึ่งไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็นเยอะเท่าไหร่นัก เนื้อหานั้นส่วนใหญ่จะเป็นแร่สะเก็ดดาว ผสมกับมวลสารอื่นๆ เนื้อพระจะมีลักษณะแข็งและแกร่งคล้ายปูนซีเมนต์ และ เนื่องจาก เนื้อพระแบบนี้จะมองไปทางไหนก็เจอแต่แร่สะเก็ดดาวอัดแน่นเต็มไปหมด ผมเลยขอเรียกว่า เนื้ออุลกมณีผสมผงแล้วกันนะครับ เนื้อแบบนี้น่าจะแข็งสุดในบรรดาพระหลวงพ่อสงวนที่มีอยู่ก็ว่าได้ เพื่อมิให้เสียเวลาไปพบกับตัวอย่างพระองค์แรกเลยแล้วกันครับ

พระพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง เนื้ออุลกมณีผสมผงอิทธิเจ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Photobucket

ด้านหลังติดรูปหลวงพ่อสงวนหน้าหนุ่มมาด้วย

Photobucket

พระองค์นี้มีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ ใต้รูปที่ติดนั้น มีตะกรุดฝังมาด้วยครับ

Photobucket


พระฝังตะกรุดแบบนี้ล่ะครับที่ สายตรงหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมืออยากได้กันนักหนา ซึ่งองค์นี้ ลักษณะตะกรุดจะพิเศษกว่าที่เคยเห็นมาครับ ลักษณะ เป็นโลหะมันวาว ที่ชาวบ้านเค้าเรียก เหล็กไหล กันนั่นแหละครับ

Photobucket


ดูเนื้อกันชัดๆครับ จะเห็นแร่สะเก็ดดาวอัดตัวอยู่อย่างแน่นหนา และ มีผงอิทธิเจปกคลุมอยู่ทั่วองค์พระ นอกจากนี้ยังพบมวลสารพระขุนแผนวัดบ้านกร่าง เส้นเกศา และ เมื่อนำพระไปส่องกลางแสงแดด จะพบประกายทองระยิบระยับเต็มไปหมด ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า นั่นคือ ทองคำเปลวเสกที่หลวงพ่อสงวนท่านผสมลงไปในเนื้อพระนั่นเอง

kunpannoi

ลูกอมที่มีเนื้อลักษณะเดียวกัน ขอบคุณภาพจาก เวบ watpaipunmu.com นะครับ

Photobucket

พระบูชาพิมพ์ลพบุรี องค์นี้ ก็เนื้อลักษณะเดียวกันครับ พระเนื้อแบบนี้จะสังเกตุเห็นผงอิทธิเจ ปกคลุมองค์พระกระจายอยู่ทั่วๆไป

kunpannoi

ด้านหลัง เนื้อพระดูแข็งแกร่งคล้ายกับปูนซีเมนต์

kunpannoi

ลักษณะเนื้อพระชัดๆ จะเห็นว่าลักษณะเนื้อเป็นแบบเดียวกันกับองค์ข้างบน

kunpannoi

สังเกตุผงอิทธิเจที่คลุมเนื้อพระอยู่นะครับ ดูเหมือนจะเป็นลักษณะเฉพาะของพระเนื้อแบบนี้

kunpannoi

องค์นี้ปิดทองเสกด้วย แต่ทองละลายแทรกตัวอยู่ตามช่องว่างของแร่สะเก็ดดาว สวยงามคลาสสิคจริงๆครับ

kunpannoi

มีเส้นเกศาหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ผสมอยู่ด้วยครับ

kunpannoi

นอกจากแร่สะเก็ดดาวแล้ว ยังพบว่ามีมวลสารพระขุนแผนวัดบ้านกร่าง ปะปนอยู่ทั่วไป เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่แสดงว่า พระเนื้อเหล่านี้ต้องอยู่ในยุคต้นๆของวัดทุ่งแฝก เพราะมวลสารยังมีมากมาย

Photobucket


พระบูชาพิมพ์ลพบุรีองค์นี้ นอกจากจะดูสวยงามคลาสสิคแล้ว ต้องเรียกได้ว่า มวลสารครบสูตรที่สายตรงหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือต้องการกันจริงๆครับ สำหรับแร่สะเก็ดดาวนั้น คงได้ทราบจากที่ผมได้กล่าวไปในตอนก่อนๆแล้วว่า เป็นของที่คนโบราณเชื่อกันว่ามีอิทธิฤทธิ์ในตัว การที่หลวงพ่อสงวน ท่านนำมาทำเป็นมวลสารหลักเช่นนี้ ย่อมทำให้พระและลูกอมเหล่านี้มีพุทธคุณไม่ธรรมดาแน่นอนครับ ยิ่งได้แรงบวกจาก ตะกรุด หรือ มวลสารพระขุนแผนวัดบ้านกร่าง ทองเสก และ เส้นเกศาหลวงพ่อแล้วล่ะก็ ไม่อยากคิดจริงๆครับว่าจะแรงแค่ไหน พระพิมพ์สมเด็จวัดระฆังข้างบนนั้นเป็นอีกองค์หนึ่งครับ ที่ผมแขวนเดี่ยวได้อย่างสบายใจ ใครอยากรู้ว่าแรงอย่างไรคงต้องหามาลองเองล่ะครับ แต่ไม่ต้องมาบุกแถวๆนี้นะครับ เพราะบล๊อคนี้ไม่มีพระขาย ไว้กลับมาเจอกันตอนต่อไปนะครับ สวัสดีครับ

21 มกราคม 2552

พระสมเด็จสามชั้นหูบายสี หลังจาร หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

ช่วงนี้เตรียมภาพทำบทความยังไม่ทัน ขอคั่นรายการด้วยของหายากของ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ กันซักชิ้นแล้วกันนะครับ อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่า ของลงจารของหลวงพ่อท่านมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปริมาณพระและลูกอมที่ท่านทำไว้ เท่าที่ได้ยินมาจากสายลูกศิษย์ ทราบว่า หลวงพ่อสงวนท่านไม่ได้จารของพร่ำเพรื่อ ท่านจะจารให้เป็นการเฉพาะ ซึ่งใครจะได้ก็ขึ้นอยู่กับบุญวาสนา และ เมตตาของหลวงพ่อท่าน การจะไปขอให้ท่านจารให้ตามใจนั้น ลูกศิษย์ยืนยันตรงกันครับว่า แทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย ดีไม่ดีได้ฝ้าผ่าเปรี้ยง ( โดนด่า ) หนีกันแทบไม่ทันแล้วกัน เพราะทราบกันดีว่า หลวงพ่อสงวน ท่านดุมาก ท่านจะจารให้เป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้นครับ คนที่ได้ก็ได้ไปคนละไม่กี่ชิ้นแค่นั้นเอง พระที่ผมจะลงมาให้ชมในวันนี้ เป็นของหายากชิ้นหนึ่ง ซึ่งเท่าที่เห็นเป็นแค่องค์เดียวที่ปรากฏตัวในวงการตอนนี้ครับ เป็นพระสมเด็จสามชั้นหูบายสี หลังจาร นะโมพุทธายะ

พระสมเด็จสามชั้นหูบายสี หลังจาร นะโมพุทธายะ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Photobucket

ด้านหลังจารนะโมพุทธายะ ลายมือหลวงพ่อสงวนแท้ดูง่ายครับ

Photobucket


จะเห็นว่า คาถาที่จารนั้นเป็นแบบเดียวกับพระขุนแผน หลังจาร นั่นเอง ต่างกันที่ไม่มียันใบพัดกับเลข ๕ ซึ่งคงเป็นเพราะพื้นที่พระค่อนข้างจำกัด

รอยจาร หมึกแห้งสนิท มีร่องลึกครบสูตรครับ

Photobucket

รอยแบบนี้ เล่นหาได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องลุ้น

Photobucket

Khunpannoi

เนื้อหาเป็นพระเนื้อแก่ผงน้ำมันอยู่ในยุคลึกๆของ วัดไผ่พันมือ ครับ

Khunpannoi

ดูกันชัดๆอีกที

Khunpannoi


พระองค์นี้ขนาดเล็กกระทัดรัด ขนาดเท่าพระสมเด็จทั่วๆไป พอๆกับพระคะแนนใหญ่องค์หนึ่ง แค่นั้นเอง ไม่ทราบว่า คนที่หลวงพ่อสงวนจารให้นั้น เป็นสุภาพสตรีหรือเปล่านะครับ เพราะขนาดเหมาะกับผู้หญิงมาก สภาพพระนั้นยังเดิมๆไม่ผ่านการใช้งานครับ สวยงามมากๆ และ แน่นอนครับ พระหลังจารแต่ละองค์นั้น เหมือนหลวงพ่อสงวน ท่านทำให้เป็นพิเศษ ย่อมไม่ธรรมดาซักองค์เป็นแน่ ปิดท้ายวันนี้ ลากันด้วย ตะกรุดสวยๆ ที่หลวงพ่อสงวนท่านฝังไว้ใน พระสมเด็จแหวกม่าน ยุควัดไผ่พันมือองค์หนึ่ง เจ้าของเจอโดยบังเอิญ จากการบดพระให้เป็นผง ไม่ต้องคิดลึกครับ เค้าไม่ได้บดไปแกว่งน้ำให้สาวที่ไหนกินหรอก เค้าบดเพื่อผสมเป็นมวลสารทำพระใหม่ครับ

Khunpannoi

มีรอยจารด้วย แต่ไม่กล้าแกะครับ

Khunpannoi

ไม่รู้จะไปเก็บไว้ไหน ก็เลยใส่ไว้ในสีผึ้งรีมิกซ์ของผมนี่แหละ ตลับนี้ใช้เมื่อไหร่ เป็นเรื่องทุกทีครับ

Khunpannoi


นับว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญเลยทีเดียวครับ สำหรับตะกรุดดอกนี้ จากเดิมที่เคยเชื่อกันว่า พระที่ฝังตะกรุดของหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ นั้น มีอยุ่ในบางพิมพ์เท่านั้น เช่น พระประธานห้าชั้น เป็นต้น การพบตะกรุดชิ้นนี้ ทำให้ทราบว่า หลวงพ่อท่านทำตะกรุดหลายรูปแบบ และ คงจะใส่ไว้ในพระจำนวนไม่น้อยทีเดียว บางทีพระของหลวงพ่อสงวนที่ท่านแขวนคออยู่นั้น อาจจะมีตะกรุดฝังอยู่ก็ได้นะครับ วันนี้ก็ลากันไปก่อนนะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ โชคดีปีใหม่จีนทุกๆท่านครับ สวัสดีครับ

18 มกราคม 2552

การดูพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ตอนที่ 12 ( พระเนื้อดำวัดทุ่งแฝก ตอนที่สอง)

กว่าจะกลับมาพบกันได้แต่ละทีนี่ ช่างยากช่างเย็นเหลือเกิน หวังว่าคงไม่ว่ากันนะครับ ก็มาต่อกันเรื่องที่ค้างกันอยู่ ก็คือ ตัวอย่างพระเนื้อดำพิมพ์อื่นๆ กันต่อไปนะครับ แรกๆนั้น ผมเองไม่รู้จักพระหลวงพ่อสงวน ยุควัดทุ่งแฝกหรอกนะครับ และก็ไม่ได้สนใจศึกษาด้วย ตอนนั้น รู้จักแต่พระ และ ลูกอมยุควัดไผ่พันมืออย่างเดียว จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมก็ได้รับพระยุคทุ่งแฝกองค์แรกในชีวิตมา ซึ่งเป็นพระที่แถมมากับลูกอม ฟังดูเหลือเชื่อมั้ยครับว่า พระทุ่งแฝกแต่ก่อนเป็นพระแถม เพราะคนไม่ค่อยรู้จักกัน และ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมประจักษ์ในพุทธคุณพระยุควัดทุ่งแฝกเป็นครั้งแรกในชีวิต จนถอนตัวไม่ขึ้นมาจนบัดนี้แหละครับ พระหลวงพ่อสงวนยุควัดทุ่งแฝก องค์แรกที่ผมได้มาก็คือ พระสมเด็จแหวกม่านเนื้อดำองค์นี้แหละครับ ขออภัยนะครับยังไม่ได้ถ่ายภาพท่านใหม่เลย

Photobucket


แรกๆผมได้มาก็เฉยๆครับ เพราะดูพระไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ตอนนั้นมีพระขุนแผนหลังจาร หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมืออยู่แล้ว เลยไม่ได้สนใจมากนัก จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้ลงอาราธนาท่านไปทำงานด้วย จำได้ว่า ใส่ท่านไว้ในซองพลาสติกกับประคำเนื้อดำ บังเอิญวันนั้น น้องที่บริษัทมีปัญหาเรื่องการขออนุมัติงบประมาณ ไม่กล้าเข้าไปขอ เพราะยอดสูงมาก เลยโดนเด้งออกมา ผมเลยหยิบซองพระกับลูกประคำซองนี้ใส่กระเป๋าเสื้อมันไว้ แล้วบอกให้ลองอีกครั้ง เหลือเชื่อครับ เข้าไปคราวนี้ มันหน้ายิ้มแป้นออกมา บอกว่า พี่หลวงพ่ออะไรน่ะ ขลังจัง ผู้จัดการแกเซ็นต์ให้เฉยเลย มันได้ใจ เลยขอไปอีกสามเรื่อง ซึ่งเงินเป็นหลักแสน แต่เหลือเชื่อว่า ปกติไม่มีทางผ่านได้แน่ แต่วันนั้น เรื่องมันผ่านถึงสามเรื่องรวด นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผม และ น้องคนนั้นประจักษ์ในพุทธคุณ พระและลูกประคำเนื้อดำ

นี่แหละครับ ลูกประคำเนื้อดำ หลวงพ่อสงวน ในท้องเรื่อง

Photobucket


วันต่อมาผมลองอาราธนาพระสมเด็จแหวกม่านเนื้อดำอีกองค์หนึ่งไปลองดู คราวนี้น้องผู้หญิงที่อยู๋คนละห้อง ซื้อโจ๊กมาฝาก ซึ่งปกติเขาไม่เคยซื้อมาเลย แถมมานั่งทำงานข้างๆผมทั้งวัน เอาเรื่องจริงๆพระพิมพ์นี้ นั่นเป็นครั้งแรกๆที่ได้ประจักษ์ครับ เลยทำให้ต้องตามเก็บพระยุคทุ่งแฝก ไม่ว่าพิมพ์ไหนเนื้อไหนผมเก็บดะ เรียกว่า บ้าอยู่คนเดียวครับช่วงนั้น เพราะยังไม่มีใครกล้าเล่นกัน ไปดูองค์ต่อไปกันครับ

พระพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง หลวงพ่อสงวน เนื้อดำ

Photobucket


องค์นี้คงคุ้นตากันดีนะครับ เพราะผมโชว์ไว้ด้านข้างๆนี้เอง พระองค์นี้ มีทองเปลวเสกเล็กๆติดมาที่ช่องแขนด้านซ้ายขององค์ท่าน ผมเองเคยอาราธนาท่าน แขวนเดี่ยว ไปลุยฮ่องกง กับ เซิ่นเจ้นมา ไปต่างประเทศไม่กล้าพกพระแยะครับ เพราะไม่คล่องตัว ก็เลยนิมนต์ท่านไปองค์เดียว ( เอาไปแยะ กลัวโดนศุลกาการเมืองจีนแกมั่วนิ่มยึดเอาน่ะ )

ด้านหลัง

Photobucket


ไปสี่วันทุกอย่างก็ราบรื่นดีมากครับ เกือบต้องไปเป็นเขยเซิ่นเจิ้นซะแล้ว วันกลับ กลับมาขึ้นเครื่องกันที่ฮ่องกง ซึ่งตอนไปก็โหลดของกันที่สถาณีรถไฟใต้ดินกลางเมือง หลังจากนั้นก็แยกย้ายไปช๊อปกัน ผมเองไม่ใช่ขาช๊อปเลยได้เสื้อผ้ามาไม่กี่ตัว แต่ไอ้น้องตัวแสบคนเดิมนั่นสิครับ ไปขนของใช้มาเพียบ จนมันเครียดว่า เค้าจะยอมให้โหลดเพิ่มหรือเปล่า คำนวณค่าระวางเพิ่มแล้วก็เอาเรื่องเหมือนกัน เพราะเฉพาะกะเป๋ามันที่โหลดตอนแรกก็แทบเกิน 20 กิโลเข้าไปแล้ว นี่มีเหล็กขาตั้งยาวๆที่มันซื้อมาอีกสองชิ้น เค้าไม่ให้โหลดแน่ๆ หลังจากมันปรึกษาความเครียดกับชาวคณะซักพัก ไม่มีทางออก มันก็หันมาทางผม เอาอีกแล้ว...” พี่แขวนพระหลวงพ่อสงวนมาหรือเปล่า” มันไม่พูดเปล่าสิ แหวกคอเสื้อผม จับพระมาดู พอพลิกเห็นรูปหลวงพ่อท่าน มันถือวิสาสะ ดึงสร้อยออกจากหัวผม ไปสวมคอมันทันที แล้วก็เดินเอาของพะรุงพะรัง เดินไปโหลดของ แปลกแฮะ เค้ายอมให้มันโหลด ทั้งๆที่ผมเห็นกะตาว่า ของๆมันร่วมๆร้อยโลแน่ๆ แถมเค้ายังใจดี หาลังใส่ให้มันเสร็จสรรพ อะไรจะราบรื่นปานนั้น เช่นเคย มันเดินยิ้มแป้นออกมา ยกมือท่วมหัว ว่า หลวงพ่อสงวนท่านแน่จริงๆ เอ่ยปากขอเช่าจากผมตรงๆเลยว่า “ พี่ ผมให้สองหมื่น พอมั้ยสำหรับพระองค์นี้ “ เล่นเอาผมเสียววาบ เฮ้ย กูไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเฟร้ย พระพิมพ์อย่างองค์นี้ เนื้อแบบนี้ ตั้งแต่เล่นมากูก็เห็นมีองค์เดียว หายาก ไม่ปล่อยเด็ดขาด..” .มันก็ตื้ออยู่นั่นแหละ แถมขู่อีก “ เลือกเอานะพี่ พี่จะเอาเงิน หรือ เสียพระไปฟรีๆ “ ...เล่นเอาผมเครียด “ พระอยู่กับผมก็ต้องเป็นพระผมสิพี่ พระของพี่ก็ต้องอยู่กับพี่สิ “ ...เชื่อมันเลย และ เมื่อผมยืนยันว่า ยังไงก็ไม่ปล่อยแน่ๆ มันก็ยึดไปหน้าตาเฉย จนขึ้นเครื่องกลับเมืองไทย หลังจากนั้นอีกประมาณเกือบสองเดือนครับ ผมถึงได้คืน ต้องทวงมันทุกวัน มันก็จะยัดเงินให้ผมท่าเดียว จนมันเห็นว่า ยังไงผมก็ไม่ปล่อยแน่ๆ มันเลยยอมคืนให้...( ครับ คงไม่ต้องเดา หลังจากนั้น ผมก็ไม่เคยแขวนพระองค์นี้ไปที่ทำงานอีกเลย ) ... แต่มันก็มีข้อแลกเปลี่ยนว่า ผมต้องหาพระองค์อื่นมาให้มัน ผมก็เลยหาพระขุนแผนปลัดทวี ยุควัดไผ่พันมือให้มันไป และ มันก็เอาพระนี้ไปก่อเรื่องต้องห้ามอีกจนได้ ทั้งที่ผมห้ามไว้นักหนา...( ไม่ขอเล่าแล้วกันครับ เพราะเหมือนชี้โพรงให้กระรอก ) จนต้องขอพระคืน แต่จนบัดนี้มันก็ยังไม่คืนเลยครับ ใครคิดว่า พระขุนแผนปลัดทวีไม่แรง คิดใหม่นะครับ องค์ไม่ค่อยสวยด้วย ขอเตือนคนที่คิดจะใช้พระหลวงพ่อสงวนในเรื่องผิดศีลผิดธรรมนะครับ ว่าหลวงพ่อท่านแช่งไว้แรงมาก อย่าแม้แต่จะคิดครับ เพราะน้องคนนี้เอาไปทำ เขาก็ประสบกับเคราะห์กรรมกับชีวิต จนบัดนี้ยังแก้ไม่ตกเลยครับ


พระพิมพ์สมเด็จวัดเกศไชโย หลวงพ่อสงวน เนื้อดำ

Photobucket

ด้านหลัง แร่สะเก็ดดาวเต็มไปหมดครับ

Photobucket

องค์นี้ปีกลายผมเคยใส่ไปเที่ยวงานวันเด็กที่ดอนเมือง แขวนเดี่ยวองค์นี้ไปครับ เดินไปเดินมา คลำดูอีกที เหลือแต่สร้อย องค์พระหล่นหายไปซะแล้ว คนก็เยอะ เดินหาจนทั่ว ก็ไร้วี่แวว ใจเสียเลยครับ เสียดาย...แต่คิดในด้านดีว่า เออ..ถ้าเป็นพระเราจริงๆ ก็คงได้คืน หลังอ่อนใจ ขึ้นรถจะกลับบ้าน พบว่า ท่านหล่นอยู่ข้างๆเบาะคนขับนี่เอง เฮ้ย...จำได้ว่า ตอนลงไปไปด้วยกันนี่นา มาได้ไง

พระสมเด็จสามชั้นหูบายศรี หลวงพ่อสงวน เนื้อดำ

Photobucket

องค์นี้เนื้อดำดูง่าย ด้านหลังฝังแร่สะเก็ดดาวชิ้นมหึมามาด้วย

khunpannoi


องค์นี้ยังไม่เคยลองครับ แต่พระมีออฟชั่นอย่างฝังแร่สะเก็ดดาวมาด้วย แถมเนื้อดำอีก คงไม่ธรรมดาหรอก

พระสมเด็จสามชั้น เนื้อดำ

Photobucket

ด้านหลัง

Photobucket


ประสบการณ์กับพระเนื้อดำหลวงพ่อสงวน เล่ากันสามวันสามคืนก็ไม่จบครับ กลัวจะเหนื่อยอ่านกันเสียก่อน ก็คงขอจบเรื่องพระเนื้อดำแต่เพียงเท่านี้ ตอนหน้าไปดูเรื่องพระเนื้อน้ำตาล ซึ่งมีประสบการณ์จากผู้ที่ได้ใช้ เสียงร่ำลือไม่ต่างกันกับพระเนื้อดำเท่าไหร่เลย ไว้พบกันนะครับ สวัสดีครับ

14 มกราคม 2552

การดูพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ตอนที่ 11 ( พระเนื้อดำวัดทุ่งแฝก)

สวัสดีครับ ก็กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ ต้องขออภัยที่หายตัวไปหลายวัน วันนี้ก็มาพบกับพระเนื้อยอดนิยมอันดับหนึ่งของสายฮาร์ดคอร์หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือตามที่สัญญากันไว้นะครับ แต่ก่อนจะไปพบกับพระเนื้อนี้ ผมขอเก็บตกเรื่องพระเนื้อแดงอีกซักอย่างแล้วกันนะครับ จากการที่สังเกตุโดยละเอียดพบว่า เนื้อพระสีแดงมาตรฐานของหลวงพ่อสงวนนั้น มีมวลสารที่เป็นเหมือนอิฐหรือ เนื้อดินเผาสีส้มๆ ปะปนอยู่ในเนื้อพระเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า อิฐสีส้มๆนี้คืออะไร เพราะที่ผ่านมา อิฐสีส้มนั้น ก็คือ พระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่างที่หลวงพ่อสงวนท่านนำไปตำผสมลงในเนื้อพระนั่นเอง และ ก็เป็นอย่างที่คาดครับ พระเนื้อแดงวัดทุ่งแฝกนั้น มีผลึกมวลสารพระวัดบ้านกร่างปะปนอยู่ด้วย ซึ่งไม่เจอลักษณะเนื้อดิน หรือ อิฐสีส้มๆในพระเนื้อสีอื่นๆ เพียงแต่ไม่มากเท่าพระเนื้อดินผสมผงในยุคแรกๆ นับว่า เป็นเนื้อที่น่าสนใจอีกเนื้อหนึ่งครับ

สำหรับพระเนื้อดำของหลวงพ่อสงวนที่จะนำเสนอในวันนี้นั้น มวลสารจะแตกต่างไปจากพระเนื้อแดง ซึ่งพระเนื้อดำนั้น พบว่ามวลสารค่อนข้างจะคล้าย หรือ เหมือนกับพระเนื้อน้ำตาลค่อนข้างมาก หากแต่มีมวลสารเข้มข้นมากกว่า และ อีกอย่างที่สำคัญคือ พบว่า พระเนื้อแบบนี้ มักจะมีทองปิดมาด้วย ซึ่งเรื่องทองคำเปลวที่ปิดนั้นคงจำกันได้ ที่ผมเคยกล่าวไว้ในตอนก่อนๆแล้วว่า เป็นทองที่หลวงพ่อสงวนท่านปลุกเสกไว้ ลุงสุดได้เล่าให้ฟังว่า เหตุที่พระของหลวงพ่อสงวนมีสีดำนั้น เกิดจาก ผงใบลาน ที่ท่านทำการเผาแล้วนำมาผสมในเนื้อพระ สีนั้นมิได้เกิดจากการใส่สีลงใป แต่เป็นสีดำของเถ้าใบลาน อีกทั้งแทบทุกองค์ยังได้รับการปิดทองคำเปลวเสกลงไปด้วย ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พระเนื้อสีดำนี้จึง มีพุทธคุณโดดเด่นแปลกแตกต่างไปจากพระเนื้ออื่นชัดเจน วันนี้เราไปพบกับตัวอย่างพระเนื้อแบบนี้กันดีกว่าครับ

พระสมเด็จแหวกม่านหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ยุคทุ่งแฝกเนื้อดำ

Khunpannoi

พระพิมพ์นี้เนื้อนี้แหละครับ ที่ได้รับเสียงยืนยันจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ว่า พุทธคุณ"แรง"เป็นอันดับหนึ่ง ในบรรดาพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi

พระเนื้อดำนี้นอกจากมวลสารของพระจะเข้มข้นกว่าพระเนื้ออื่นๆแล้ว ยังได้แรงบวกจากผงใบลาน และ ทองคำเปลวเสกอีก

Khunpannoi

พระพิมพ์นี้มีอีกโทนสีหนึ่ง เป็นสีเทาดำ ซึ่งคนมักเข้าใจผิดว่า เป็นคนละสี จริงๆ จากที่สังเกตุพระเนื้อสีเทาดำ ก็คือพระเนื้อสีดำนั่นเองครับ เพียงแต่ มีดอกรา หรือ คราบสีขาวๆ ขึ้นปรากฏไปทั่ว ทำให้สีดำจางลงกลายเป็นสีเทาดำ

Khunpannoi

ลองเทียบกับองค์สีดำสนิทข้างบนนะครับ จะพบว่า องค์สีดำสนิทนั้น จะไม่มีราหรือ คราบสีขาวที่ว่า

Khunpannoi

เนื้อนั้น เป็นแบบเดียวกันแน่นอนครับ สังเกตุผลึกสีเหลืองอมน้ำตาลเม็ดใหญ่ๆในภาพนะครับ ผลึกแบบนี้จะพบในพระประธานห้าชั้น และ พระสมเด็จแหวกม่านในยุคทุ่งแฝก เนื้อสีน้ำตาลด้วย

Khunpannoi

พระสมเด็จแหวกม่านหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ยุควัดทุ่งแฝกเนื้อสีดำนี่แหละครับ ที่เคยก่อตำนาน เป็นพระ "เสด็จกลับ" แบบเหลือเชื่อมาแล้ว ในเมื่อเจ้าตัวแกยังไม่ว่างมาเล่าซักที ผมก็ขอถือวิสาสะ ขโมยซีนซักหน่อยแล้วกันนะครับ พี่คนนี้แกมีชื่อว่า "ทิดหอม" เหตุเกิดจาก วันนั้นแกมีงานเลี้ยง เป็นธรรมดาครับที่หนีไม่พ้นเรื่องสุรา พี่แกเกรงใจเจ้านาย ก็เลยต้องร่วมดื่มไปด้วย ทั้งที่พยายามรักษาศีลข้อห้ามาได้ซักระยะหนึ่ง แต่ต้องจำศีลขาด เพราะเกรงใจนาย วันนั้นแกแขวนพระหลวงพ่อสงวนไปพวงหนึ่ง ในพวงนั้น ก็มี พระสมเด็จแหวกม่านยุควัดไผ่ หลังจารยันต์ตรีนิสิงเห พระพิมพ์หลวงพ่อปานขี่ครุฑ พระสมเด็จแหวกม่านทุงแฝกเนื้อดำ พระสมเด็จข้าวทิพย์(พระคำข้าว) พระคำข้าวหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เท่าที่จำได้คงเท่านี้กระมังครับ พี่แกไม่อยากใส่พระดื่มเหล้า ก็เลยถอดเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย หลังจากงานเลิกแกก็นั่งแท็กซี่เดินทางกลับบ้านที่สมุทรปราการ แต่ด้วยความเมาพอขึ้นรถปั๊บพี่แกก็หลับไปแบบสลบสไล มารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่า ตัวเองอยู่ที่สถาณีตำรวจ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น สน.สำโรงนะครับ ถามไถ่เจ้าหน้าที่ได้ความว่า แทกซี่พาแกมาปล่อยไว้ แกรีบถามหากระเป๋าสะพายคู่กายทันที พบว่า ตำรวจที่อยู่เวรเก็บไว้ให้ แต่อนิจจา ของทุกอย่างแกอยู่ครับ ขาดแต่ พระพวงสำคัญที่ อันตระธานไปเรียบ ขอเล่าแบบรวบรัดแล้วกันนะครับ แกพยายามติดตามหาจากคนขับแทกซี่ และ ตำรวจแถวนั้นแทบทุกวัน แต่ก็ไร้วี่แวว หลังจากนั้นผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็มีตำรวจนายหนึ่ง อยู่คนละสน.กับที่เกิดเหตุนะครับ ไกลกันพอสมควร มาติดต่อราชการที่ศาลที่แกอยู่ โดยมาพบผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ซึ่งผู้พิพากษาท่านนี้ได้ขอเช่าพระองค์หนึ่งจากตำรวจนายนั้นในราคาหนึ่งพันบาท ( ถูกน่าอิจฉาจริงๆ ) ผู้พิพากษาท่านนี้เป็นคนที่สนใจเรื่องพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมืออยู่แล้ว จึงนำพระมาถามพี่ทิดหอมแก ว่าแท้หรือไม่ พอผู้พิพากษายื่นพระองค์นั้นมาให้ดู ทำให้แกแทบช็อค เพราะนั่นคือ พระสมเด็จแหวกม่านทุ่งแฝกเนื้อสีดำ องค์ของแกที่หายไปนั่นเอง เทียบรูปถ่ายทุกจุดทุกมุม ก็ไม่มีผิดเพี้ยน พอผู้พิพากษารู้ว่า เป็นพระของแกก็เลยยกให้ โดยไม่คิดมูลค่า ... เป็นไปได้อย่างไรที่พระซึ่งหายคนละมุมเมืองของกรุงเทพฯ จู่ๆกับเดินทางกลับมาหาเจ้าของถึงโต๊ะที่ทำงาน ทั้งที่ตามหาแทบพลิกแผ่นดิน และ โดยปกติแล้วผู้พิพากษาท่านนี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกับแกเท่าใดนัก ซึ่งผมให้ความเห็นไปว่า คนกรุงเทพฯสิบกว่าล้านคน โอกาสแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ ...คงต้องใช้คำว่า "ปาฏิหารย์" โดยแท้ ที่สำคัญก็คือ พระองค์นี้ "เสด็จกลับ" มาแค่องค์เดียวครับ องค์อื่นในพวง หายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีข่าวคราวจนบัดนี้ เรื่องนี้คงพอรับประกันความแรงของพระพิมพ์นี้ได้เป็นอย่างดี เอาไว้ให้เจ้าตัวเค้าเล่าให้ฟังอีกทีแล้วกันนะครับ เพราะผมอาจจะจำได้ไม่ละเอียดนัก ฟังประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์แล้วก็ไปพบกับพระพิมพ์อื่นๆกันต่อดีกว่านะครับ

พระสมเด็จแหวกม่านเล็ก หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ เนื้อดำ

k

ด้านหลัง มีแปะทองเสกด้านหลังมาด้วย องค์นี้ผมชอบแขวนเดี่ยวไปเวลาต้องการความคล่องตัวไม่อยากพกพระเยอะๆครับ และ ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

Photobucket

พระสมเด็จคะแนนหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือเนื้อดำ

Photobucket

ด้านหลังจารยันต์องค์พระ เห็นเล็กๆแบบนี้ อย่าดูถูกนะครับ แรงไม่แพ้รุ่นใหญ่เลยล่ะ

Photobucket

พระสมเด็จสามชั้นหูบายศรี หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือเนื้อดำ

Photobucket

มวลสารหยาบๆแบบนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า เป็นพระยุคต้นๆวัดทุ่งแฝกแน่นอน พระองค์นี้ถึงไม่มีทองปิดมาด้วย แต่ก็พบเนื้อทองเสกปะปนอยู่ทั่วไปในเนื้อพระ สังเกตุผลึกสีเขียวๆนะครับ ผลึกแบบนี้ เจอในพระหลวงพ่อสงวน ยุคต้นๆหลายๆพิมพ์

Photobucket

วันนี้ เอาพอหอมปากหอมคอกันก่อนนะครับ ตอนหน้ามาดูตัวอย่างพระเนื้อดำของหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือพิมพ์อื่นๆกันต่อไปครับ ขอทุกๆท่านที่ติดตามอ่านเวบบล๊อคนี้ จงประสบแต่ความสุข ร่ำๆรวยๆกันทุกคนนะครับ สวัสดีครับ

เกี่ยวกับฉัน