30 ธันวาคม 2552

พระกรุหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ตอนที่ 1

สวัสดีครับ ลูกศิษย์ที่เคารพรัก หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ทุกๆท่าน ไม่ได้อัพเดตบล๊อคกันนานเลยนะครับ ตอนนี้เหลือยังเข้ามาอ่านกันอยู่กี่คนเนี่ย ก็คงเป็นตอนส่งท้ายสำหรับปี 2552 นี้ ก็ขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านล่วงหน้าไว้เลยแล้วกันนะครับ วันนี้ก็จะนำเรื่องราว พระกรุหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ มาฝากกัน ซึ่งพระกรุเหล่านี้นั้นท่านได้บรรจุไว้ใต้ฐานหลวงพ่อดำ ภายในอุโบสถหลังเดิม ก่อนที่จะโดนรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่นั่นแหละครับ เมื่อรื้อแล้ว ทางวัดโดยพระอาจารย์ชัย เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ท่านเลยถือโอกาสขุดกรุพระขึ้นมาด้วย ซึ่งผมเองได้มีโอกาสไปดูในวันที่สองที่ทางวัดออกให้บูชาครับ โดยพระขุนแผนปลัดทวี ให้บูชา 1000 บาท นอกนั้นทุกพิมพ์ 500 บาททุกองค์ครับ รายได้ทั้งหมดทางวัดนำไปสร้างอุโบสถหลังใหม่นั่นเองครับ ไปดูกันดีกว่า ว่าพระที่เปิดกรุนั้นมีพระอะไรบ้าง

พระกรุหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi


พระที่เค้านำออกมาให้บูชา วางกันเป็นถาดๆแบบนี้แหละครับ ซึ่งพื้นแคร่ไม้ด้านหลังนั้นถ้าติดตามบล๊อคนี้มาตลอด คงคุ้นตากันดีว่า ก็คือ บ้านลุงสุดนั่นเองครับ ผมเองไปในวันที่สอง ซึ่งพระได้หมดไปมากแล้ว เหลือไม่กี่พิมพ์เท่าที่เห็นก็มี พิมพ์พระครูละมูล พระสมเด็จสามชั้น พระขุนแผนไข่ผ่า พระทุ่งเศรษฐี พระซุ้มกอ ภาพอาจไม่ชัดนักครับ เพราะถ่ายด้วยมือถือ เนื่องจากไม่ได้เอากล้องติดตัวไปด้วย ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Khunpannoi

ลองสังเกตุกันดูครับ ว่ามีพระพิมพ์อะไรบ้าง

Khunpannoi

พระขุนแผนไข่ผ่า กับ พิมพ์พระครูละมูลนั้น เยอะมากที่สุดครับ

Khunpannoi

พิมพ์พระครูละมูลพบเยอะที่สุดครับ

Khunpannoi

พระขุนแผนไข่ผ่าเนื้อดิน

Khunpannoi

พระทุ่งเศรษฐีเนื้อดิน

Khunpannoi

พระสมเด็จสามชั้น

Khunpannoi

พระซุ้มกอเนื้อดิน


เอาภาพที่ไปถ่ายมาด้วยตัวเองให้ดูครับ จะได้ทราบกันว่า มีการเปิดกรุพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ กันจริงๆ ไม่ได้มั่วนิ่ม พระเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อผงแก่ปูน กับ พระเนื้อดินเป็นหลักครับ ซึ่งลุงสุดเล่าให้ฟังว่า พระเนื้อดินนี้ หลวงพ่อสงวน ท่านได้สร้างไว้ และ โยนพระลงสระน้ำในวัดบ่อยๆ เวลามีการลอกสระทีไร ลุงสุดบอกว่า แกก็เดินหาๆดูตามคันดินที่เค้าขุดลอกขึ้นมา แต่ก็ไม่พบซักองค์ ไม่ทราบว่าหายไปไหนหมด คราวหน้าเรามาเจาะลึก พระกรุแต่ละพิมพ์กันครับ ว่าเป็นพระที่หลวงพ่อสงวน ท่านสร้างไว้จริง หรือ ใครนำพระมายัดกรุอย่างที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ แล้วกลับมาพบกันต่อครับ ปีใหม่นี้ก็ขอให้เที่ยวกันให้สนุกนะครับ โชคดีตลอดปี 2553 ครับ ลูกศิษย์หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ทุกๆท่าน สวัสดีปีใหม่ครับ

17 พฤศจิกายน 2552

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ : ผ้ายันต์จารมือ

สวัสดีครับพี่ๆน้องๆผู้รักและศรัทธา หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ทุกๆท่าน เป็นไงกันบ้างครับ รอบนี้ห่างหายไปนานเลยกว่าจะได้มาเขียนต่อ วันนี้ก็มีเรื่องราววัตถุมงคลของหลวงพ่อสงวน มาฝากอีกอย่างครับ ตามคำเรียกร้องว่า ผมยังไม่เคยลงเรื่องผ้ายันต์บ้างเลย วันนี้จัดให้ตามคำขอครับ มาดูสุดยอดผ้ายันต์จารมือสองชิ้นแล้วกันนะครับ ชิ้นแรกหลายๆคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตา เพราะโดนเอารูปไปโชว์ในเวบเกี่ยวกับหลวงพ่อสงวนอยู่เวบสองเวบ เป็นผ้ายันต์ที่พบเพียงชิ้นเดียวครับ คือ ผ้ายันต์ชินบัญชร ที่จารด้วยคาถาชินบัญชรของสมเด็จพระพุฒาจารย์ พรหมรังสีนั่นเอง ซึ่งก็คงรู้กันดีนะครับว่า พระคาถาชินบัญชรนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์เปี่ยมด้วยพุทธคุณเพียงใด พระสมเด็จของท่าน หรือ ของเจ้าคุณนรฯ ที่โด่งดังและเข้มขลังนั้น ก็มาจากพระคาถาชินบัญชรนี่เอง ซึ่งเราคงทราบกันดีแล้วว่าการลงอักขระของหลวงพ่อสงวน นั้น เช่น การจารหลังพระ หรือ ลงอักขระบนลูกอม ปลัดขิกต่างๆ ท่านจะท่องคาถากำกับไปด้วยทุกตัว ซึ่งคิดกันเอาเองแล้วกันนะครับว่า กว่าที่ท่านจะเขียนผ้ายันต์ชินบัญชรเสร็จนั้น จะต้องใช้เวลามากมายเพียงใด จึงไม่น่าแปลกใจครับ ที่เห็นปรากฏเพียงผืนเดียวเท่านั้น เข้าใจว่า เป็นเพราะการสร้างที่ค่อนข้างยากและใช้เวลามากนั่นเอง ผ้ายันต์ผืนนี้แหละครับ ที่เป็นผ้ายันต์ครูซึ่งผมเองไว้ศักษาลายมือหลวงพ่อสงวน

ผ้ายันต์ชินบัญชร หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi

เป็นครั้งแรกนะครับ ที่ผมเอาผ้ายันต์นี้ออกโชว์ ดูกันเต็มๆผืนเลยครับ

Khunpannoi

ลายมือหลวงพ่อสงวนนั้น จะสวยงาม เรียบร้อย จารถูกอักขระวิธี ผืนนี้แหละครับ ที่รวมลายมือท่านไว้เยอะมากที่สุด ปกติเราจะเคยเห็นกันไม่กี่ตัวเท่านั้น

Khunpannoi


ยันต์ตรีนิสิงเหแบบยุคแรกครับ จะมีภาษาบาลีกำกับใต้ตัวเลขต่างๆด้วย ผ้ายันต์ผืนนี้เดิมเป็นของ ลูกศิษย์หลวงพ่อสงวนท่านหนึ่งครับ ซึ่งทราบว่า เป็นผู้พาหลวงพ่อสงวน จากวัดทุ่งแฝกมาอยู่วัดไผ่พันมือ ในวันที่ท่านย้ายอย่างปัจจุบันทันด่วน แน่นอนครับ ผ้ายันต์ผืนนี้สร้างขึ้นในยุควัดทุ่งแฝก และ เจ้าของเดิมมิได้นำออกมาใช้เลย

Khunpannoi

ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนัก และ ยันต์ด้านข้างขวานี่ รบกวนพี่คนเล่นของหน่อยแล้วกันว่า ยันต์อะไร

Khunpannoi

ขยายลายมือกันชัดๆ เซฟเก็บไว้ดูลายมือท่านได้เลยครับ หากเพี้ยนไปจากนี้ก็ระวังกันไว้ให้ดี อย่าไปหลงคารมว่า จารบนวัสดุต่างกัน ลายมือก็จะต่างกันเด็ดขาด ลายมือหลวงพ่อท่าน ไม่ว่าจะจารบนอะไร ลายมือท่านจะค่อนข้างคงเส้นคงวา ไม่แตกต่างจากนี้มากนักครับ

Khunpannoi


คำอวยพรหลวงพ่อสงวน ที่ใต้ผ้ายันต์ คงเป็นสิ่งบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ผ้ายันต์ผืนนี้จะมีพุทธคุณที่สุดยอดเพียงไร เหมือนท่านต้องการเน้นอีกครั้งว่า ผ้ายันต์ผืนนี้ไม่ธรรมดาให้เก็บไว้ให้ดีนะ ผ้ายันต์ผืนนี้ได้มาพร้อมปลัดขิกตัวจ้อยผมนั่นเองครับ ซึ่งปลัดตัวนั้นเจ้าของคนนี้ก็เก็บไว้บนหิ้งเฉยๆเหมือนกัน มาดูสุดยอดผ้ายันต์จารมืออีกผืนหนึ่งครับ

ผ้ายันต์จารมือ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Photobucket


ดูด้านหน้า อาจจะคิดกันว่า ก็ไม่แตกต่างจากผ้ายันต์จารมือผืนอื่นเลย แต่แท้จริงแล้วผ้ายันต์จารมือแต่ละผืนนั้น จะจารและลงยันต์แตกต่างกัน แม้ยันต์หลักๆจะเหมือนกัน อย่างยันต์เมตตาใหญ่ ยันต์หัวใจนวหรคุณ แต่ลายละเอียดการลงยันต์หรือ คาถาเล็กๆน้อยๆนั้นก็จะแตกต่างกันไป และผ้ายันต์ผืนนี้ ยังเห็นตรายี่ห้อของผ้าติดมาด้วย ซึ่งน่าจะเป็นผ้าก่อนหมดม้วนนั่นเองครับ เหตุใดท่านจึงรีบด่วนใช้ผ้าปลายม้วน ทั้งที่ท่านน่าจะหาผ้าที่สะอาดสวยกว่านี้ได้ เดี๋ยวเรามาหาคำตอบกัน

Khunpannoi


ลองสังเกตุรูปหลวงพ่อสงวน ซึ่งเป็นภาพสี และ มีตราปั้มนูนของห้องภาพยิ้มสวยมาด้วย ซึ่งภาพแบบนี้พบเห็นกันไม่บ่อยนัก และ ผ้ายันต์ผืนนี้แตกต่างจากผืนอื่น ตรงที่ใต้ยันต์เมตตานั้น ลงจารอีกสองบรรทัด อ่านได้ตามนี้ครับ
- บรรทัดแรก สัพโพธิ พหูอิถี สัพเพชะนา พหูชะนา สัพเพธิสา สะมาคะตา
- บรรทัดที่สอง มนุญยังจิตตัง ภคินิเม (คาถาหัวใจหญิง ) , นะโมพุทธายะ , มนุญยังจิตตังปุริโส (คาถาหัวใจชาย ) มะอะอุ
ขนาบข้างด้วย ยันต์หัวใจอิธิเจ อิ ธะ คะ มะ
สังเกตุจากลักษณะการเขียน ลักษณะการใช้วรรณยุกต์อย่างไม้หันอากาศ และ คาถาที่ใช้แล้ว บ่งบอกว่า น่าจะเป็นการเขียนในยุคแรกๆของท่านครับ

Photobucket

ยันต์ตรีนิสิงเห ก็บ่งบอกว่า อยู่ในยุคแรกๆเหมือนกัน

Khunpannoi


พอพลิกด้านหลังก็ต้องตกตะลึงครับ เพราะเจอยันต์หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ซึ่งออกที่วัดห้วยสุวรรณาราม นี่แหละครับ ที่ทำให้ผ้ายันต์ผืนนี้โดดเด่นกว่าผ้ายันต์จารมือผืนอื่นๆขึ้นมาทันที

Khunpannoi


ในรูปจะสังเกตุได้ว่ามีตราประทับของวัดไผ่พันมืออยู่ด้วย และ มีผงพุทธคุณของหลวงพ่อสงวน โรยอยู่ด้วย ซึ่งลักษณะของผงที่ดูดซับเอาน้ำหมึกเอาไว้นั้น บ่งบอกว่า ผงนี้ได้รับการโรยลงไปหลังจากการประทับยันต์ลงไป หมึกยังไม่ทันแห้งดี ผงสีขาวจึงซึมซับเอาน้ำหมึกเข้าไป ทำให้กลายเป็นสีดำ

Khunpannoi


รูปนี้ลองสังเกตุรอยผงที่กระจายเป็นเส้นตรงตามแนวยาวของผ้านะครับ บ่งบอกว่า หลังจากประทับตราเสร็จ และ มีการโรยผงแล้ว ผ้าผืนนี้ได้ถูกพับไว้ ก็น่าสนใจอยู่ครับว่า ยันต์หลวงพ่อจงนี้ ได้ถูกประทับไว้ก่อน แล้วถูกพับเก็บไว้ เสร็จแล้วหลวงพ่อสงวน นำมาจารทีหลังหรือไม่ เพราะน่าสงสัยอยู่ว่า เหตุใดหลวงพ่อท่านถึงต้องใช้ผ้าปลายม้วน ซึ่งท่านน่าจะหาผ้าใหม่ได้ ฤาท่านจะรีบใช้ในตอนนั้นทันที และ ผ้าเหลือเพียงชิ้นนี้ชิ้นเดียว หรือ อาจจเป็นเพราะ ท่านจะให้หลวงพ่อจงประทับตรานี้ให้ตอนมาออกยันต์ที่วัดห้วยสุวรรณาราม เลยจำเป็นต้องใช้ผ้าปลายม้วน เพราะไม่สามารถรอผ้าใหม่ได้ แล้วพับเก็บไว้ก่อน ถ้าท่านประทับเอง ท่านน่าจะรอตอนไหนก็ได้ และ เพราะเหตุใดท่านจึงเจาะจงมอบผ้ายันต์ผืนนี้ให้กับลุงสุดซึ่งเป็นลูกเขยและลูกศิษย์คนสำคัญคนหนึ่งของท่าน แสดงว่า ผ้ายันต์ผืนนี้ต้องมีความสำคัญไม่น้อยทีเดียว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปริศนาที่น่าคิด และ ลุงสุดเอง ไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า ผ้ายันต์ผืนนี้มียันต์หลวงพ่อจงประทับอยู่ด้านหลัง หลวงพ่อท่านเข้ากรอบและมอบมาให้ทั้งกรอบเลย คนตาไวก็คือ พี่คนเล่นของของเรานี่เอง น่าเสียดายเหมือนกันว่า ลุงสุดไม่ทราบที่มาที่ไปของผ้ายันต์ผืนนี้เลย เพราะตอนหลวงพ่อสงวนท่านนำมามอบให้นั้น ก็ไม่ได้บอกอะไร นอกจาก บอกเก็บไว้ให้ดี ปัจจุบันผ้ายันต์ผืนนี้ยังแขวนอยู่ที่บ้านลุงสุดครับ

วันนี้ว่ากันยาวเลยนะครับ คงได้ความรู้กันไปบ้างพอสมควร เอาไว้กลับมาพบกับเรื่องราวของวัตถุมงคลหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือกันต่อนะครับ สวัสดีครับ

09 พฤศจิกายน 2552

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ : ปลัดขิกหลวงพ่อสงวน

สวัสดีครับ พี่น้องทุกๆท่าน ( ชักจะทักเหมือนชาวม๊อบเข้าไปทุกวัน ) วันนี้เอาเรื่องราวของปลักขิกหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ มาฝากกันนะครับ บังเอิญว่า ช่วงนี้เจอของเก๊ที่ชักจะทำเหมือนเข้าไปทุกวัน เลยต้องมาบอกกันหน่อย เห็นแล้วทำเอาผมขยาดพวกปลัดหรือลูกอมลงจารไปเหมือนกัน โดยเฉพาะปลัดนั้น หาจุดสังเกตุได้ยาก นอกจากดูลายมือ และ ความเก่าของหมึกเท่านั้น ไม่มีรอยให้ปรากฏลึกจมลงไปเหมือนเนื้อพระ สำหรับคนที่ดูลายมือท่านไม่ออก ท่านห่างๆไว้จะดีกว่านะครับ

ปลัดขิกหลวงพ่อสงวน ที่ผมเจอโดยส่วนมากนั้น จะลงอักขระว่า นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ อิกะวิติ อิสวาสุ สุสวาอิ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ แต่ก็ใช่ว่าท่านจะจารแบบนี้ทั้งหมดนะครับ จารแบบอื่นก็มีให้เห็นเหมือนกัน เช่น คาถาพระพุทธเจ้าสิบหกพระองค์เป็นต้น ควันหลงจากวันที่ไปบ้านลุงสุดแหละครับ เลยมีโอกาสได้ถ่ายภาพหมู่ปลัดขิกไว้

ปลัดขิกหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi


เพิ่งเคยเจอโคตรปลัดก็จากลุงสุดนี่แหละครับ เห็นเหมือนใหม่ๆแบบนี้ อย่าไปนึกว่า ของเก๊นะครับ นั่นเป็นเพราะแสงสะท้อนจากการถ่ายภาพ ทำให้ดูเหมือนจะใหม่กว่าปกติ ลองเปรียบเทียบกับฉากด้านหลังดูครับ ลักษณะปลัดขิกที่หลวงพ่อสงวน ท่านทำเอง ลุงสุดและคนที่เคยทำพระช่วยท่าน บอกไว้ตรงกันว่า หลวงพ่อสงวนท่านมักจะทำปลัดเป็นหัวบานๆ และ ตรงขอบหัวนั้นจะนูนสูง แบบลักษณะทั้งสี่ตัวด้านบน จำกันไว้ให้ดีนะครับ ปลัดตัวจ้อยของผมนั้น ลุงสุดมองแว๊บเดียวก็บอกว่า ทำจากไม้พญารากเดียว หรือ ปลาไหลเผือกนั่นเอง ( แต่เดิมผมเข้าใจว่า เป็นไม้โรจทนง ) สังเกตุลายมือแท้กันให้ดีๆนะครับ แปลกจากนี้ ห่างๆไว้

Khunpannoi

อีกมุมหนึ่งของโคตรปลัดครับ สังเกตุลายมือแท้ท่านไว้นะครับ

Khunpannoi

เดี๋ยวจะคาใจ ขยายให้เห็นลักษณะหมึก ที่เก่าแก่ตามอายุครับ ส่วนตัวปลัดนั้น ลุงสุดแกเก็บไว้บนหิ้งไม่ได้ใช้เลย

Khunpannoi

ปลัดขิกตัวจ้อยสองอัน ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูเรื่องปลัดขิกตัวจ้อย ที่ผมเคยลงในคราวก่อน จะเห็นว่า แสงสะท้อนทำให้มันดูเหมือนเพิ่งทาแล็คเกอร์มาใหม่ๆ แต่จริงๆไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตัวนี้ก็ไม่เคยผ่านการใช้มาเช่นกันครับ

Khunpannoi

ขยายอีกมุมหนึ่ง

Khunpannoi

พอตัดแสงสะท้อนออกไป ก็จะเห็นลักษณะตามธรรมชาติที่เก่าแก่ตามอายุ ลองสังเกตุปลัดขิกไม้โรจทนง ด้านบนนะครับ แสงสะท้อน ทำให้ดูเหมือนจะใหม่ขึ้นเช่นกัน

Khunpannoi

ตัวนี้เป็นปลัดขิกลุงสุดที่โดนหมาแทะครับ ปัจจุบันลุงสุดได้มอบให้กับพี่"คนเล่นของ" ของบล๊อคเรานั่นเอง เห็นว่า เอาไปใช้แล้วจี๊ดจ๊าดน่าดู บอกว่า จะมาเขียนเล่าให้พวกเราได้ฟังในบล๊อค ป่านนี้มันก็หายเงียบเหมือนเรื่องผงเช่นเคย ช่วยกันทวงหน่อยนะพวกเรา หลวงพ่อท่านติดสินบนไว้ขนาดนี้ มาเขียนให้อ่านซะดีๆ ไม่งั้นจะแช่ง

Khunpannoi

แหม..เจ้าด่างมันฝากรอยเขี้ยวไว้ซะ แต่ความเข้มขลังไม่ได้หายไปตามเจ้าด่างตัวนั้นเลยครับ

Khunpannoi

ไม่สวยแต่แร๊งงง ว่างๆจะขอยืมมาใช้มั่งนะครับพี่ทิด ว่าแต่มันแรงยังไงครับ มาเล่าด่วน


ลุงสุดบอกว่า สำหรับปลัดที่หลวงพ่อสงวนท่านทำเอง จะมีลักษณะแบบนี้เท่านั้นนะครับ พวกปลัดนางครวญทั้งหลายนั้น ลุงสุดบอกว่า หลวงพ่อสงวน ไม่เคยทำ แต่จะมีใครเอามาให้ท่านลงนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีก็ได้ แต่ลุงสุด และ น้องที่เคยทำพระช่วยท่านยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยเห็นครับ ดังนั้น จะเป็นใครก็ตามที่จะนำมาขายให้ท่าน ก็พึงระวังไว้ให้มาก พิจารณากันให้ดีๆ แต่ก็ใช่ว่า ปลัดแบบอื่นที่ต่างไปจากนี้จะเก๊นะครับ ให้สังเกตุลายมือหลวงพ่อสงวนเป็นสำคัญ เพราะในยุคนั้น มีคนช่วยท่านแกะปลัดเหมือนกัน เช่น ลุงยวนเป็นต้น แต่ถ้าอยากได้แบบหลวงพ่อสงวนท่านทำเองก็ต้องแบบนี้เท่านั้น สำหรับวันนี้ก็คงได้ไปกันอีกเรื่องแล้วนะครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน แอบแว่บมากลัวจะเหงากัน ไว้พบกันใหม่ ขออาราธนาบารมีหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ คุ้มครองท่านผู้อ่านทุกๆท่านนะครับ สวัสดีครับ

06 พฤศจิกายน 2552

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ : พระแหวกม่านเศียรโต

สวัสดีครับ งวดนี้ห่างหายไปพอสมควร วันนี้จัดให้ตามคำขอน้องจ๊อบนะครับ ที่อยากดูพระสมเด็จแหวกม่านเศียรโต ซึ่งถือได้ว่า เป็นพระแหวกม่านพิมพ์แรกๆของหลวงพ่อสงวน ในยุควัดไผ่พันมือช่วงแรกๆ ก่อนที่จะมาเป็น พระแหวกม่านแบบที่เราคุ้นเคยกันดี

พระแหวกม่านเศียรโต หลวงพ่อสงวน ยุควัดไผ่พันมือ

Khunpannoi


พระแบบนี้ขนาดจะไม่ใหญ่มาก พอๆกับพระแหวกม่านกลางทั่วๆไปนั่นเองครับ ลองสังเกตุให้ดีจะเห็นคราบขี้กรุเกาะอยู่ทั่วไปที่ผิวหน้าองค์พระนะครับ ลักษณะเนื้อพระนั้นค่อนข้างเปราะมาก หากใครมีแนะนำให้รีบใส่กรอบหรือเลี่ยมเก็บไว้นะครับ ไม่งั้นองค์พระอาจจะแตกหักได้ มวลสารที่สำคัญของพระหลวงพ่อสงวนในพระพิมพ์นี้ นอกจากมวลสารทั่วๆไปที่เราคุ้นเคย แต่ที่เพิ่มขึ้นมาให้เห็นพระ พระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่างครับ ซึ่งจะปรากฏอยู่มากมายในเนื้อพระ

Khunpannoi

สังเกตุมวลสารสีอิฐขนาดใหญ่ที่ลูกศรชี้นะครับ นั่นแหละครับ มวลสารพระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง เรามาดูเนื้อกันชัดๆนะครับ

Khunpannoi

จะสังเกตุเห็นว่า นอกจากแร่สะเก็ดดาวที่เราคุ้นเคยกัน จะมองเห็นมวลสารพระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง กระจายอยู่ทั่วๆไป มาดูพระเนื้อวัดไผ่พันมือ ที่มีมวลสารพระขุนแผนวัดบ้านกร่างผสมอยู่จำนวนไม่น้อยอีกซักองค์นะครับ

พระขุนแผนห้าเหลี่ยมอกใหญ่ หลวงพ่อสงวน ยุควัดไผ่พันมือ

Khunpannoi

พระองค์นี้ เจ้าของเดิมทำแตกครับ น่าเสียดายมาก

Khunpannoi

ด้านหลังนั้น ลองสังเกตุให้ดี จะพบว่า มีรอยตราปั้ม เขียนว่า อ.จ. สงวน วัดไผ่พันมือ ซึ่งเลือนหายไปตามกาลเวลาครับ

Khunpannoi

ดูเนื้อกันชัดๆ จะเห็นมวลสารพระขุนแผน วัดบ้านกร่าง กระจายอยู่ทั่วไป

Khunpannoi

บางชิ้นก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่ให้เห็นชัด

Khunpannoi

ว่านสีเลือดนก มวลสารสำคัญของพระขุนแผน วัดบ้านกร่าง มวลสารแบบนี้แหละครับที่เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่โยงใยกลับไปหาพระในยุควัดทุ่งแฝกว่าใครสร้าง

Khunpannoi

รูปด้านบนนี้ นอกจากมวลสาร แล้วลองสังเกตุรอยปั้มหมึกที่เก่าได้อายุ บ่งบอกว่า รอยนี้เป็นของแท้ดั้งเดิมแน่นอน

Khunpannoi

เทียบกับพระพิมพ์แบบนี้อีกสององค์ ซึ่งเนื้อหาจะต่างกันไปเล็กน้อย แต่ลักษณะของพิมพ์ก็ฟ้องชัดว่ามาจากแม่พิมพ์บล๊อคเดียวกัน


เป็นไงบ้างครับ วันนี้ก็ได้รู้จักพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ กันอีกสองพิมพ์นะครับ จะเห็นว่า พิมพ์พระของท่านนั้น มีมากมายเหลือเกิน นับไม่หวาดไม่ไหว ผมเองยังเห็นไม่หมดเหมือนกันครับ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงพิมพ์จะแปลกออกไปแค่ไหน ที่สำคัญคงไม่พ้นเรื่องเนื้อหานะครับ ต้องระวังกันให้ดีๆ วันนี้แวะมาทักทายกันพอให้หายคิดถึง ไว้พบกันใหม่นะครับ สวัสดีครับ

31 ตุลาคม 2552

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ไม่ใช่ผู้ที่สร้างพระยุควัดทุ่งแฝกจริงหรือ? ตอนที่ 2

สวัสดีครับ วันนี้เรามาคุยกันต่อเรื่อง หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ไม่ใช่ผู้ที่สร้างพระยุควัดทุ่งแฝกจริงหรือ? กันต่อนะครับ พูดถึงเรื่องพระแหวกม่านพิมพ์ขาโต๊ะ ไปแล้ว หากจะไม่ย้อนกลับมากล่าวถึง พระคำข้าว ซึ่งมีพิมพ์แบบเดียวกัน สร้างในยุคทุ่งแฝกเหมือนกัน เรื่องราวคงจะจบไม่สมบูรณ์นัก เพราะไม่งั้น ก็จะหาว่า พระคำข้าว ก็คงเป็นพระหลวงตาปิ่นสร้างอีก ไปดูกันดีกว่าครับ


พระคำข้าว หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi

ไม่น่าเชื่อนะครับ พระที่โดนกล่าวหาว่าเป็นพระเก๊ในกาลก่อน ไม่มีใครเหลียวแล ตอนนี้กลับเป็นที่เสาะแสวงหากันมาก แต่ก็หาของไม่ได้ พระคำข้าวองค์นี้ก็เป็นพิมพ์พระแหวกม่านขาโต๊ะแบบเดียวกับพระในตอนก่อนนั่นเอง

Khunpannoi

พระคำข้าวองค์นี้มีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่งก็คือ

Khunpannoi

สังเกตุในวงกลมสีแดงนะครับ จะเห็นเส้นเกศาหลวงพ่อสงวน โผล่ขึ้นมาจากเนื้อพระ

Photobucket

ภาพขยายให้เห็นลักษณะเส้นเกศาชัดๆครับ เส้นเกศาสีน้ำตาลแดงใส ลักษณะอวบใหญ่แบบนี้ เป็นของใครไปไม่ได้หรอกครับ นอกจากหลวงพ่อสงวน

Khunpannoi

เมื่อส่องไปพบว่าพระองค์นี้ยังมีเส้นเกศาอีกเส้นหนึ่งครับ พยายามถ่ายให้ชัดแล้ว แต่โฟกัสยากมากๆ เส้นนี้เป็นเส้นสีขาว ลักษณะอวบใหญ่ และ ใสเหมือนเส้นเอ็นแบบนี้ คงไม่ต้องพูดกันให้มากความหรอกครับ ว่าเป็นเส้นเกศาของใคร

จะว่าไป ก็นับว่าหลวงพ่อสงวน ท่านเป็นพระที่มีวิสัยทัศน์เป็นอย่างมาก ที่ท่านได้ทำการติดรูปถ่าย และ ใส่เส้นเกศาของท่าน ไว้ในเนื้อพระ ซึ่งเป็นสิ่งบ่งบอกชัดเจนว่า ท่านคือผู้ที่สร้างพระเหล่านี้ ขนาดมีหลักฐานชัดเจนแบบนี้ พวกระยำมันยังหาว่า พระทุ่งแฝกไม่ใช่พระที่ท่านสร้างไปซะได้ บางทีหลวงพ่อท่านอาจจะทราบกระมังครับว่า ต่อไปในภายภาคหน้า จะมีคนกล่าวหาว่า พระเหล่านี้ไม่ใช่ท่านทำ ท่านจึงได้ติดรูปถ่ายของท่านไว้ เฮ้อ...นี่ขนาดท่านติดไว้แท้ๆยังขนาดนี้ ถ้าท่านไม่ติดไว้จะขนาดไหน จากหลักฐานที่กล่าวมาพอเราไล่เลียงพระคำข้าว และ พระพิมพ์ขาโต้ะ ก็จะโยงไปหาพระเนื้อแก่ดินกรุยุคต้นวัดทุ่งแฝกอีกเช่นกัน


Khunpannoi


เห็นหรือยังครับ ถึงความเกี่ยวข้องระหว่างพระยุคต่างๆ ทุกอย่างว่ากันไปตามพยานหลักฐานล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะมากล่าวเลื่อนลอย หรือ คิดเองเออเอง อย่างที่คนขายพระระยำบางคนมันพยายามบอก ซึ่ง พระและ ประคำเนื้อดินเส้นข้างบน ก็จะโยงไปหาพระและลูกอมอื่นๆอีกมากมาย ลองย้อนกลับไปใล่เรียงดูจากตอน การดูเนื้อพระหลวงพ่อสงวน ในตอนต้นๆแล้วกันนะครับ ผมคงไม่ต้องกล่าวซ้ำอีก ผมย้ำไว้เสมอว่า เนื้อพระ พิมพ์พระ และ มวลสาร ของหลวงพ่อสงวนจะเกี่ยวข้องโยงใยซึ่งกันและกันเสมอ จะไม่มีมวลสารที่แปลกแยกออกไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เห็นเสมอ ไม่เช่นนั้นก็ห่างๆไว้แล้วกันครับ เพราะเสี่ยงต่อการยัดวัด ซึ่งแค่ติดรูปถ่ายใบเดียวก็ยัดได้แล้ว ผมเองก็ไม่เถียงหรอกครับว่า ของที่ไม่เคยเห็นใช่ว่าไม่มี ผมเองก็ใช่จะรู้ไปซะหมด แต่ไม่ว่าจะยังไง ของส่วนใหญ่ที่เคยเห็นมาก็จะไม่หลุดจากเนื้อ พระและมวลสารที่ผมเคยกล่าวมาตั้งแต่ต้น เพราะเรื่องราวเหล่านี้ได้ผ่านการตรวจสอบมาจนมั่นใจแล้ว ถึงได้มาเขียนให้ท่านๆได้อ่านกัน ก็ใช้วิจารณญาณกันเองก็แล้วกันนะครับ ผมไม่สนมาตรฐานของคนขายพระหรอกครับ เพราะผมเล่นพระ เพื่อหวังพุทธคุณเป็นสำคัญ ไม่ได้หวังเพื่อจะขายพระไปตามมาตรฐานที่คนระยำมันพยายามสร้าง ว่า พระหลวงพ่อสงวน ต้องพระวัดไผ่พันมือเท่านั้น หรือ ต้องตามพิมพ์นิยมบ้าบอคอแตก ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ใช้เกณฑ์อะไรตั้ง ผมเองพยายามบันทึกเรื่องราวของพระท่านไว้ให้มากที่สุด เท่าที่จะมีความสามารถทำได้ ไม่งั้น ต่อไปพระแท้ก็กลายเป็นพระเก๊ไปหมด ท่านไม่ต้องกังวลหรอกครับว่า ผมจะมายัดเยียดเรื่องราวอะไรให้ท่าน เพราะไม่รู้ผมจะทำไปเพื่ออะไร และ ได้ประโยชน์อะไร คิดและ พิจารณาด้วยตัวท่านเองครับ ผมน่ะไม่เดือดร้อนหรอกว่า ใครจะกล่าวหาผมว่ายังไง ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ มันบิดไม่ได้เหมือนคำพูดคน บางทีเขียนๆไปก็เบื่อๆเหมือนกันครับ โดนแล้วโดนอีก ประเคนให้ซะจริงว่า ขุนแผนน้อยนี่เลวเสียเต็มประดา บางทีก็ท้อ เพราะไม่รู้จะทำไปเพื่อให้โดนด่าทำไม แต่ถ้าผมไม่เขียน ก็คงไม่มีใครทำ คงไม่มีใครกล้าเผยแผ่ความจริง มีแต่เรื่องบิดเบือนปะปนมากมาย เพราะมันมีแต่ผลประโยชน์บังตา อยากว่า อะไรก็ว่าไปแล้วกันครับ ท้อก็พัก มีแรงก็เขียนต่อแล้วกัน ไม่มีแรงเขียนก็ไม่ได้เดือดร้อนกับใคร ผมบอกแล้วว่า ผมเอาตัวรอดได้ ที่เขียนๆมาก็เพื่อต้องการเผยแผ่เรื่องราวของหลวงพ่อ เพื่อผู้ที่ศรัทธา หรือ เข้ามาใหม่ๆจะได้มีหลักเกณฑ์ไว้เพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการเล่นหาของแท้กันได้ถูกทางเท่านั้น

ผมเองไม่มีพระขายให้ท่านหรอกครับ มีแต่ความรู้เท่านั้นแหละที่ให้ ไม่มีใครมาสอนท่านหรอกว่า พระหลวงพ่อสงวน ดูกันยังไง นำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ก็แล้วกันนะครับ วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

28 ตุลาคม 2552

หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ไม่ใช่ผู้ที่สร้างพระยุควัดทุ่งแฝกจริงหรือ?

สวัสดีครับ วันนี้ก็มาต่อเรื่องที่ผมค้างไว้เมื่อวานนะครับ เรื่องที่มีคนพยายามปล่อยข่าวว่า พระยุควัดทุ่งแฝก ไม่ใช่พระที่หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ สร้าง แต่เป็นหลวงตาปิ่น วัดโพธิ์นฤมิตร สร้าง ว่าเข้าไปนั่น ไปกันหนักกล่าวหาว่า พระแหวกม่านยุคต้น พระประธานห้าชั้น ก็กลายเป็นหลวงตาปิ่นสร้างไปซะ ได้ยินแล้วก็อนาถใจครับ วันนี้เรามาว่ากันเรื่องนี้อีกสักหน่อยดีกว่า เดี๋ยวเค้าหาว่า เอาพระแก่ผงน้ำมันองค์เดียวมาอ้างแล้วโมเมข้อมูลไปซะทั้งหมด

เรื่องของ หลวงตาปิ่น วัดโพธิ์นฤมิตร นี่ผมเองก็แปลกใจ เพราะลองถามลุงสุด กับ ป้าฉัตร ก็ไม่มีใครรู้จัก แกทำหน้างงๆ บอกไม่รู้จัก พอผมบอกว่า หลวงตาปิ่น วัดโพธิ์นฤมิตร ลุงสุดทำท่าเหมือนจะนึกออกลางๆ แต่ไม่ค่อยแน่ใจ บอกว่า ไม่เคยเห็นท่านมาวัดไผ่พันมือเลยนะ ไม่ทันหลวงพ่อสงวนหรอก ป้าฉัตรช่วยยืนยันอีกคน ผมก็เลยงงว่า ตกลงใครเป็นคนเต้าข่าวว่า หลวงตาปิ่น สร้างพระยุควัดทุ่งแฝก กัน ทั้งที่พระยุควัดทุ่งแฝกนั้น มีปริมาณไม่น้อย ถ้าท่านทำจริง แสดงว่า ท่านต้องทำพระเยอะมาก แต่ทำไม ชาวบ้านแถบนั้น ไม่รู้จักกันเลยซักคน ทุกคนกลับรู้แต่ว่า พระเหล่านี้ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ เป็นคนทำ อีกอย่าง หากหลวงตาปิ่นท่านทำ ทำไมท่านใช้รูปหลวงพ่อสงวน ติดหลังพระ??? ทำไมไม่ใช้รูปท่านเอง จะไปว่า เพราะท่านศรัทธาหลวงพ่อสงวน เลยเอารูปหลวงพ่อสงวนมาติด คงฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่นะครับ มันดูขัดๆกันยังไงพิกล และ ขัดกับพยานบุคคล รวมทั้งวัตถุพยานทั้งหลายอีกด้วย วันนี้เรามาเจาะลึกกันอีกซักทีนะครับ องค์แรกที่จะพาไปชม ก็พระที่เค้าบอกว่า พระแบบนี้หลวงตาปิ่นสร้างนี่แหละครับ

พระสมเด็จแหวกม่านฐานแซม หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi


พระองค์นี้ผมได้มาพร้อมกับ พระพิมพ์แบบนี้ ผมเห็นมาล๊อตใหญ่ ได้มาพร้อมกันประมาณ 20 องค์ครับ มีเนื้อดำ ประมาณสิบองค์ เนื้อขาวแบบนี้ประมาณสิบองค์ มาจากแหล่งเดียวกัน รู้สึกว่า เค้าจะเก็บมาจากบ้านเดียวกันครับ แต่ผมเองเก็บทั้งหมดไม่ไหว ก็เลยเก็บไว้แค่หกองค์ ที่เหลือ ก็ไปอยู่กับสมาชิกแถวๆนี้แหละ จำได้ว่า น้องจ๊อบก็ได้พระล๊อตนี้ไปหลายองค์ พี่ทิดหอมก็ด้วย และแน่นอนครับ เจ้าของเค้าบอกว่า เป็นพระหลวงพ่อสงวน ด้านหลังพระองค์นี้ติดรูปมาแต่เดิมครับ

Khunpannoi

มวลสารพระองค์นี้ ดูยังไงก็เป็นพระหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ ก็ยังงงอยู่ว่า จะกลายเป็นพระหลวงตาปิ่นไปได้ยังไง มาดูมวลารขยายกันนะครับ ลักษณะเนื้อพระและมวลสารนั้นอยู่ในโซน พระเนื้อขาว ยุควัดทุ่งแฝก แต่จะมีแร่หินสะเก็ดดาวมากกว่าครับ

Khunpannoi

สังเกตุลักษณะมวลสารที่พระพักตร์องค์พระนะครับ ยังงั๊ย ยังไง ดูมุมไหน ก็เป็นเนื้อหาพระหลวงพ่อสงวน อยู่ดี

Khunpannoi


มวลสารข้าวทิพย์ชัดเจนแบบนี้ ก็มีแต่หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ เท่านั้น ถ้าพระแหวกม่านองค์นี้เป็นหลวงตาปิ่นสร้าง แน่นอนครับ พระคำข้าว พระเนื้อขาว พระแหวกม่านยุคต้น เนื้อดำ เนื้อน้ำตาล ก็คงเป็นหลวงตาปิ่นสร้างทั้งหมดอย่างที่เค้าว่ากระมัง แต่ถ้าเป็นแบบนั้น พระคำข้าวเนื้อละเอียดพิมพ์พระแหวกม่านหูบายศรี ยุควัดไผ่ของลุงสุด ก็เป็นหลวงตาปิ่นสร้างสิ ซึ่งมันขัดแย้งกับข้อมูล เพราะพระพิมพ์นั้นเราก็รู้กันดีว่าใครสร้าง ดังนั้น พระทั้งหมดที่มีมวลสารข้าวทิพย์แบบนี้จะเป็นหลวงตาปิ่นสร้างไปได้ไงล่ะครับ ไปดูพระองค์ต่อไปที่ได้มาพร้อมกันครับ

พระสมเด็จแหวกม่านฐานแซมเนื้อสีน้ำตาล หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi

องค์นี้ก็ยังเป็นพิมพ์แบบพระองค์ข้างบน เพียงแต่เนื้อเป็นพระเนื้อสีน้ำตาลเข้ม

Khunpannoi

ด้านหลังติดรูปมาเดิมๆเช่นกัน มวลสารเป็นเหมือนพระแก่เนื้อขี้เถ้าไฟ แต่ยังเห็นเอกลักษณ์พระหลวงพ่อสงวนชัดเจน

Khunpannoi

ลองดูภาพขยายครับ พระองค์นี้มีเนื้อหาเช่นเดียวกับ พระเนื้อสีน้ำตาลยุควัดทุ่งแฝกทั่วไปนั่นเอง ที่ลูกศรชี้ ก็คือ เม็ดข้าวทิพย์ที่บดไม่ละเอียดนั่นเองครับ

Khunpannoi

ขยายให้เห็นเนื้อหาด้านหลังกันชัดๆ จะสังเกตุได้ว่า พระมีเอกลักษณ์เนื้อหาของพระหลวงพ่อสงวนครบถ้วน พระสองเนื้อ พิมพ์เดียวกัน ยืนยันชัดเจนครับ ว่าพระแบบนี้ จะเป็นใครสร้างไปไม่ได้นอกจาก หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ มาดูองค์สุดท้ายของวันนี้กัน ก็ยังเป็นพระที่มาเซ็ตเดียวกันครับ

พระสมเด็จแหวกม่านขาโต๊ะ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

Khunpannoi

พระองค์นี้ พิมพ์จะต่างออกไปเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นเนื้อหาเช่นเดียวกับองค์แรก ถ้าลองสังเกตุกันให้ดี จะเห็นว่า แท้จริงแล้วพระพิมพ์นี้ก็คือ พระพิมพ์เดียวกับ พระคำข้าว นั่นเองครับ

Khunpannoi

ด้านหลัง ติดรูปถ่ายมาแต่เดิมเช่นกัน จะสังเกตุได้ว่า ด้านล่างองค์พระ มีตะกรุดบุบบู้บี้ อยู่ด้วย และ ข้างตะกรุดนั้น เป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ แน่นอนครับ รอยแบบนี้ คงทราบกันดีว่า เป็นรอยเม็ดข้าวทิพย์ที่หลุดออกไปนั่นเอง

Khunpannoi

ภาพด้านบนนี้ คือ เม็ดข้าวทิพย์ที่ถ่ายจากด้านข้างของพระองค์นี้ เป็นหลักฐานบ่งบอกชัดเจนอีกอย่างหนึ่งครับว่า เป็นพระหลวงพ่อสงวน สร้างแน่นอน

Khunpannoi

เม็ดข้าวทิพย์ อีกเม็ดหนึ่ง กับ รอยที่ข้าวทิพย์เม็ดข้างๆหลุดออกไป แต่จุดตายสำคัญก็คือ ภาพนี้ครับ

Khunpannoi


ภาพอาจจะไม่ชัดนักนะครับ เพราะโฟกัสยากมาก เส้นเกศา ที่มีลักษณะใสเป็นเส้นเอ็นแบบนี้ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ช่วยตอกย้ำว่า พระองค์นี้ จะเป็นใครสร้างไปไม่ได้ นอกจากหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

เป็นไงบ้างครับ วันนี้ก็คงมีหลักฐานเพิ่มเติมกันว่า พระแบบนี้นั้น หลวงตาปิ่น หรือ หลวงพ่อสงวน กันแน่ที่สร้างขึ้นมา ผมเองเคยบอกเสมอนะครับว่า พระหลวงพ่อสงวน ไม่ว่าจะพิมพ์ไหน ก็ล้วนมีมวลสาร ที่สามารถตรวจสอบยืนยันกันได้ เพราะถึงแม้ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ แต่มวลสาร และ หลักฐานอื่นๆก็จะบ่งบอกกันได้ แล้วก็จะโยงใยไปถึง พระพิมพ์อื่น สามารถเช็คย้อนไปย้อนมากันได้เสมอ หลักฐานชัดเจนแบบนี้ ท่านยังจะเชื่อ ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ที่พยายามจะตีพระยุควัดทุ่งแฝกให้เป็นพระเก๊อีกเหรอครับ ลองใช้วิจารณญาณด้วยตัวท่านเองนะครับ ในคราวหน้า ถ้าไม่กล่าวถึง พระคำข้าว อันเป็นพระสำคัญอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมีพิมพ์เช่นเดียวกันนี้ เรื่องนี้ก็คงจบลงแบบไม่สมบูรณ์ครับ ซึ่งพระคำข้าวเอง ก็จะโยงไปหาพระอื่นๆอีกมากมาย คราวหน้า เรามาตรวจสอบพระยุคทุ่งแฝกกันอีกครั้งนะครับ วันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

เกี่ยวกับฉัน